คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4017/2566
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นางมาลีเป็นคนไร้ความสามารถ อยู่ในความอนุบาลของตน และ “ขออนุญาตทำธุรกรรมแทน” เพื่อจัดการทรัพย์สินหลายรายการ รวมถึงที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาวุธปืน และเงินฝาก โดยอ้างการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ.2553 มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาพยาบาล
บทความน่าสนใจ
ศาลฎีกาวางหลักชัดว่า อำนาจร้องขออนุญาตจัดการทรัพย์สินแทน “เป็นอำนาจของผู้อนุบาลเท่านั้น” ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้บุคคลเป็นคนไร้ความสามารถและ “แต่งตั้งผู้อนุบาลแล้ว” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 28 พร้อมทั้งมีการประกาศคำสั่งในราชกิจจานุเบกษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตทำธุรกรรมแทน “พร้อมกัน” กับคำขอให้ศาลสั่งไร้ความสามารถ ในขณะที่ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งทั้งสองประการดังกล่าว จึงเป็นการร้องโดยผู้ที่ยังมิได้มีฐานะเป็นผู้อนุบาล และย่อม “ไม่มีอำนาจ” ใช้กลไกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55
ที่สำคัญ ประเด็นอำนาจและสถานะดังกล่าวเป็น “ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย” ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 182 แห่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนให้ยกคำขอส่วนอนุญาตทำธุรกรรมแทน
นัยยะทางวิชาการของคำพิพากษานี้คือ การกำหนดกรอบระยะเวลาต่อการยื่นคำร้องขออนุญาตจัดการทรัพย์สินแทนคนไร้ความสามารถโดยผู้อนุบาล ซึ่งจะทำได้เมื่อมีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้อนุบาลเสียก่อน แนววินิจฉัยดังกล่าวจึงช่วยคุ้มครองสิทธิของบุคคลวิกลจริตและความปลอดภัยของทรัพย์สินของคนไร้ความสามารถ
