คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3764/2565
อำนาจของคณะกรรมการสิทธิบัตรในการเพิกถอนอนุสิทธิบัตร กรณีไม่มีรายงานเสนอจากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
คดีสิทธิบัตรไม่ใช่เรื่องเทคนิควิศวกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการตีความกฎหมายอย่างลุ่มลึก โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้คัดค้านว่า “การประดิษฐ์” ที่ได้รับอนุสิทธิบัตรนั้นไม่ใช่ของใหม่ คำพิพากษาศาลฎีกานี้วางหลักไว้อย่างสำคัญว่า แม้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยังไม่ได้จัดทำรายงานเสนอเพิกถอนอนุสิทธิบัตรต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรโดยตรง แต่เมื่อผู้ขออนุสิทธิบัตรได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยแล้ว ย่อมถือว่าเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 65 ฉ อย่างสมบูรณ์ และกรรมการสิทธิบัตรมีอำนาจชอบที่จะเพิกถอนสิทธิได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
บทความน่าสนใจ
คดีนี้เริ่มจากมีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องให้ตรวจสอบความใหม่ของการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรเลขที่ 5116 ตามมาตรา 65 ฉ แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเห็นว่า มีเพียงบางข้อถือสิทธิ (ข้อ 6–8) ที่ต่างจากสิ่งประดิษฐ์เดิม จึงสั่งให้ผู้ขอแก้ไขขอบเขตการคุ้มครองให้ชัดเจน แต่เมื่อผู้ขอไม่เห็นด้วย ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการสิทธิบัตร
แม้อธิบดียังไม่ได้จัดทำรายงานเสนอให้เพิกถอนโดยตรง แต่ศาลเห็นว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสิทธิบัตรโดยการอุทธรณ์เช่นนี้ ก็เท่ากับเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแล้ว กรรมการจึงมีอำนาจพิจารณาและสั่งเพิกถอนได้อย่างชอบด้วยกฎหมาย
คณะกรรมการวินิจฉัยว่า ข้อถือสิทธิส่วนใหญ่ของอนุสิทธิบัตรนี้ตรงกับสิทธิบัตรเดิมจากประเทศบัลแกเรีย จึงไม่เป็นการประดิษฐ์ใหม่ การเพิกถอนอนุสิทธิบัตรจึงชอบแล้ว คำพิพากษานี้ยืนยันหลักสำคัญว่า “การอุทธรณ์คำวินิจฉัยของอธิบดี” คือช่องทางหนึ่งที่นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ โดยไม่ต้องรอรายงานเสนอเพิกถอนอย่างเป็นทางการจากอธิบดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4883/2563
คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับความใหม่และขั้นการประดิษฐ์ในสิทธิบัตรอุปกรณ์ติดตั้งถัง CNG
การคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์และแบบผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจของระบบสิทธิบัตร แต่เมื่อเกิดข้อพิพาทว่าอุปกรณ์ติดตั้งถังแก๊สซีเอ็นจีแบบสามถังในรถยนต์นั้น ขาดความใหม่หรือเป็นเพียงการใช้งานทั่วไป คำพิพากษาศาลฎีกาจึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการตีความ “ความใหม่” และ “ความสวยงาม” ในทางกฎหมายสิทธิบัตร คดีนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับมูลค่าความเสียหายนับสิบล้าน แต่ยังสะท้อนแนวทางการตีความข้อกฎหมายของศาลฎีกาในคดีสิทธิบัตรที่ส่งผลต่อธุรกิจไทยโดยตรง
บทความน่าสนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7860/2559 วินิจฉัยว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์เกี่ยวกับอุปกรณ์ติดตั้งถังแก๊ส CNG แบบสามถังในรถกระบะ ยังคงมีผลสมบูรณ์ แม้จำเลยจะอ้างว่ามีการเผยแพร่ล่วงหน้าในนิตยสาร “4WHEELS” ซึ่งทำให้สิทธิบัตรขาดความใหม่ แต่ศาลเห็นว่าบทความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการโฆษณา ไม่ใช่การเปิดเผยเนื้อหาสาระสำคัญทางเทคนิคของสิ่งประดิษฐ์ และข้อความ “นวัตกรรมใหม่” ยิ่งสะท้อนว่าไม่เคยมีการประดิษฐ์ลักษณะนี้มาก่อน
ในประเด็นแบบผลิตภัณฑ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การออกแบบจะมีจุดมุ่งหมายในการใช้งาน แต่ลักษณะภายนอกที่สวยงามและดึงดูดใจก็ทำให้เข้าเกณฑ์ได้รับความคุ้มครอง โดยไม่จำเป็นต้องเน้นการใช้งานเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การเพิกถอนสิทธิบัตรทั้งหกฉบับโดยศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ ให้โจทก์ชนะคดีและได้รับค่าเสียหายกว่า 5.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยและคำสั่งห้ามจำเลยละเมิดสิทธิอีกต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18330/2557
เพิกถอนสิทธิบัตร เมื่อกรรมวิธีขาดขั้นการประดิษฐ์
สิทธิบัตรเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองนวัตกรรม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่สามารถจดสิทธิบัตรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกานี้สะท้อนให้เห็นว่ากรรมวิธีที่นำมาใช้กระตุ้นให้ต้นกฤษณาสร้างสารธรรมชาติ หากขาดเทคนิคพิเศษหรือไม่ได้แสดงขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ก็ไม่อาจได้รับการคุ้มครองในรูปแบบสิทธิบัตรได้ แม้ว่ากรรมวิธีดังกล่าวจะถูกใช้งานในเชิงพาณิชย์และสร้างผลตอบแทนแล้วก็ตาม
บทความน่าสนใจ
ในคำพิพากษาศาลฎีกาคดีสิทธิบัตรเลขที่ 18985 ซึ่งเกี่ยวกับกรรมวิธีการกระตุ้นให้ต้นกฤษณาสร้างสารเรซินโดยการเจาะแผลและใส่สารกระตุ้น ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิบัตรดังกล่าวไม่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นตามกฎหมาย แม้จะมีรายละเอียดหลายขั้นตอน เช่น การเลือกต้นไม้ตามขนาดและอายุ การกำหนดตำแหน่งแผล และการใช้สารกระตุ้น แต่ก็เป็นเทคนิคที่บุคคลทั่วไปที่มีความรู้พื้นฐานสามารถเข้าใจและทำได้โดยง่าย
ศาลชี้ว่า กรรมวิธีดังกล่าวเป็นเพียงการนำธรรมชาติของต้นกฤษณามาใช้ประโยชน์ โดยไม่แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นที่มีระดับนวัตกรรมใหม่หรือความซับซ้อนทางเทคนิคที่สูงเพียงพอ ดังนั้น การออกสิทธิบัตรดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และศาลฎีกาพิพากษายืนให้เพิกถอนสิทธิบัตรเลขที่ 18985 ของจำเลยที่ 1
