Tag Archives: #คดีเครื่องหมายการค้า #ทรัพย์สินทางปัญญา #สำนักงานกฎหมาย #ทนายความคดีอาญา #ทนายความคดีแพ่ง #คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า #ทนายความคดีหย่า #กฎหมายธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา #ศาลทรัพย์สินทางปัญญา

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการละเมิดเครื่องหมายการค้า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2539

ชื่อใกล้ โลโก้คล้าย ก็ผิดได้! คดีตัวอย่างละเมิดเครื่องหมายการค้าในธุรกิจไอที

ชื่อบริษัทและโลโก้ไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบ แต่เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ที่มีมูลค่าและได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย กรณีพิพาทระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้า “UNIX” กับบริษัทที่ตั้งชื่อใกล้เคียงและใช้ตราสัญลักษณ์คล้ายกัน กลายเป็นบทเรียนสำคัญในโลกธุรกิจไอที ว่าการละเลยหรือละเมิดชื่อที่ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้ว ไม่เพียงเสี่ยงต่อความเสียหายทางชื่อเสียง แต่ยังอาจนำไปสู่คำสั่งศาลให้เปลี่ยนชื่อบริษัท รื้อถอนป้าย และจ่ายค่าเสียหายรายเดือนอีกด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้จึงควรถูกนำมาศึกษาอย่างรอบคอบโดยนักธุรกิจและนักกฎหมายทุกคน

บทความน่าสนใจ

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า “UNIX” สำหรับสินค้าคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ซึ่งมีการโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยก่อนที่จำเลยจะก่อตั้งบริษัทชื่อ “ยูนิกซ์คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด” และใช้คำว่า “UNIX” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อและตราบริษัท

จำเลยยังจำหน่ายสินค้าแบรนด์ “ONIX” ซึ่งศาลเห็นว่าเครื่องหมายนี้เหมือนหรือคล้ายกับ “UNIX” จนผู้บริโภคอาจเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าหรือธุรกิจของโจทก์ เป็นการแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนโดยมิชอบ

แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้า แต่เมื่อทราบดีว่าเครื่องหมายดังกล่าวเป็นของโจทก์ การใช้ชื่อและจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า     

ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ สั่งให้จำเลยเปลี่ยนชื่อและตราบริษัท ห้ามใช้ชื่อ “UNIX” หรือ “ONIX” กับธุรกิจของตน และให้ลบป้ายเอกสาร รวมถึงเก็บสินค้าที่มีเครื่องหมายดังกล่าวออกจากท้องตลาด นอกจากนี้ยังให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายรายเดือนแก่โจทก์ 

แต่ศาลฎีกาได้แก้ไขค่าทนายความในศาลอุทธรณ์และฎีกาให้จำเลยชำระชั้นละ 1,500 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่ถูกต้องตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2561

เรื่องหมายการค้าที่ออกเสียงเหมือนแต่ไม่ละเมิด ศาลย้ำความคล้ายของเครื่องหมายการค้าต้องดูองค์ประกอบโดยรวม

“ความคล้ายกัน” ระหว่างเครื่องหมายการค้าที่แม้จะออกเสียงเหมือนกันกันอย่าง “สกาเจล” กับ “สการ์ เจล” แต่หากมีความแตกต่างด้านรูปลักษณ์ ช่องทางการขายสินค้า กลุ่มลูกค้าในตลาด และความหมายของคำ ศาลอาจเห็นว่าไม่ก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้บริโภค คำพิพากษานี้จึงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์และนักธุรกิจที่ต้องการปกป้องสิทธิในเครื่องหมายการค้าโดยไม่กีดกันการแข่งขันโดยเสรี

บทความน่าสนใจ

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า “SCAGEL” ซึ่งจดทะเบียนแล้ว โดยออกเสียงว่า “สกาเจล” สำหรับเจลทาร่างกายเพื่อรักษาแผลเป็น โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งจำหน่ายสินค้าในชื่อ “SCAR GEL” ออกเสียงว่า “สการ์ เจล” โดยอ้างว่ามีความคล้ายคลึงจนทำให้ผู้บริโภคสับสนในความเป็นเจ้าของสินค้า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเปรียบเทียบเครื่องหมายต้องพิจารณาภาพรวม ทั้งเสียงเรียกขาน ลักษณะคำ รูปลักษณ์ และตลาดเป้าหมาย เครื่องหมายของโจทก์เขียนติดกัน ส่วนของจำเลยเขียนแยกคำ มีขนาดตัวอักษรต่างกัน สีของบรรจุภัณฑ์ก็ต่างกันชัดเจน อีกทั้งตลาดของโจทก์อยู่ในร้านขายยาและโรงพยาบาล ส่วนจำเลยขายตรงให้สมาชิกเท่านั้น จึงไม่ใช่ตลาดเดียวกัน

สำคัญที่สุด คำว่า “SCAR” และ “GEL” ที่จำเลยใช้ เป็นคำบรรยายคุณสมบัติสินค้า ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าโดยเฉพาะ และเจ้าของสินค้าอื่นก็มีสิทธิใช้ได้

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง ไม่ถือเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3737/2549

กรณีการใช้เครื่องหมายการค้าลักษณะคล้ายอย่างแพร่หลายระหว่างสองฝ่าย

ในโลกของธุรกิจอาหาร เครื่องหมายการค้าเป็นมากกว่าแค่โลโก้ เพราะมันสะท้อนตัวตนของสินค้าและแหล่งกำเนิด คดีนี้เกี่ยวกับ “ตราเด็ก” ซึ่งถูกปฏิเสธการจดทะเบียนเพราะคล้ายกับ “ตราเด็กสมบูรณ์” ที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย โจทก์ผู้ใช้ “ตราเด็ก” มาโดยสุจริตมานานจึงฟ้องร้องหน่วยงานรัฐ ขอให้รับจดทะเบียนตามสิทธิในมาตรา 27 คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันว่า แม้เครื่องหมายจะคล้าย แต่หากใช้โดยสุจริตมาก่อนก็มีสิทธิได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ไม่ถูกจำกัดสิทธิด้วยชื่อเสียงของเครื่องหมายภายหลัง

บทความน่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้เกิดจากข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้เครื่องหมาย “ตราเด็ก” กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิเสธคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายดังกล่าว โดยอ้างว่า “ตราเด็ก” คล้ายกับเครื่องหมาย “ตราเด็กสมบูรณ์” ซึ่งจดทะเบียนและมีชื่อเสียงในตลาด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้เครื่องหมายจะมีภาพเด็กอุ้มขวดเหมือนกัน และใช้กับสินค้าประเภทเครื่องปรุงรสจำพวกเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์ได้ใช้เครื่องหมาย “ตราเด็ก” กับสินค้าน้ำปลาโดยสุจริตมานาน เช่นเดียวกับ “ตราเด็กสมบูรณ์” ที่ใช้กับซีอิ๊ว การใช้โดยสุจริตของทั้งสองฝ่ายถือเป็นเหตุให้สามารถจดทะเบียนซ้อนกันได้ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

ศาลยังระบุว่า ข้อห้ามการจดทะเบียนเครื่องหมายที่คล้ายเครื่องหมายมีชื่อเสียง (มาตรา 8(10)) ใช้กับกรณีที่ผู้ยื่นจดทะเบียนมีเจตนาลอกเลียนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งไม่ใช่กรณีนี้ เพราะทั้งสองฝ่ายใช้เครื่องหมายโดยสุจริตกันมา