Tag Archives: สัญญาประกันหนี้

การค้ำประกันและสัญญาประกันหนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2561

ผู้ค้ำประกันร่วมไม่พ้นความรับผิด แม้เจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ผู้ค้ำรายหนึ่ง: ศาลฎีกาวินิจฉัยหลักเกลื่อนกลืนหนี้

ในคดีเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้เพื่อธุรกิจที่มีผู้ค้ำประกันหลายราย ประเด็นสำคัญที่ต้องวินิจฉัยคือ หากเจ้าหนี้รับชำระหนี้บางส่วนจากผู้ค้ำประกันรายหนึ่งแล้วปลดหนี้ให้รายนั้น ผู้ค้ำประกันอีกรายและลูกหนี้ชั้นต้นยังต้องรับผิดต่อหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกานี้ให้แนวทางสำคัญเกี่ยวกับ “ความระงับแห่งหนี้” และ “การรับผิดร่วมของผู้ค้ำประกัน” ซึ่งผู้ประกอบการ ทนายความ และเจ้าหนี้ควรทำความเข้าใจอย่างรอบคอบ เพื่อบริหารความเสี่ยงในธุรกรรมสินเชื่อให้รัดกุมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บทความน่าสนใจ

คดีนี้จำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้เงินธุรกิจจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้ค้ำประกันร่วมกัน เมื่อจำเลยที่ 1 ค้างชำระหนี้ โจทก์ได้รับเงินชำระหนี้เพียงบางส่วนจากบรรษัทฯ แล้วปลดหนี้ให้ แต่ยังฟ้องจำเลยทั้งสองเรียกยอดหนี้ส่วนที่เหลือ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. บรรพ 2 หมวด 5 การชำระหนี้เพียงบางส่วนหรือการปลดหนี้ผู้ค้ำรายหนึ่ง มิใช่เหตุให้หนี้ทั้งหมดระงับไปโดยสิ้นเชิง หากยังมียอดค้างชำระ ลูกหนี้ชั้นต้นยังคงรับผิดจนครบ และผู้ค้ำรายอื่นที่ค้ำรายเดียวกันต้องรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วมตาม มาตรา 682 วรรคสอง แม้จะไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันพร้อมกันก็ตาม

ศาลจึงยืนยันคำพิพากษาศาลล่างให้จำเลยทั้งสองร่วมชำระหนี้ที่เหลือ 169,361.21 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยชี้ว่า การปลดหนี้เพียงบางส่วนแก่ผู้ค้ำรายหนึ่ง มิใช่การปลดหนี้ทั้งระบบ ผู้ค้ำอีกรายไม่พ้นความรับผิด และหลักเกลื่อนกลืนหนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ชำระหนี้ครบหรือมีเหตุให้หนี้สิ้นสุดตามกฎหมายเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3003/2566

หน้าที่ของผู้จำนำในการรักษาทรัพย์จำนำ: ศาลฎีกายืนยันทรัพย์ยังอยู่ในครอบครองเจ้าหนี้

“หน้าที่ของผู้จำนำ” ในการรักษาทรัพย์และข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์จำนำ แม้ทรัพย์จะเก็บไว้ในโกดังของผู้จำนำเอง แต่หากมีสัญญาระบุชัดว่าผู้จำนำไม่มีสิทธิเคลื่อนย้ายหรือใช้ทรัพย์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับจำนำ ทรัพย์จำนำย่อมยังถือว่าอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ และสัญญาจำนำไม่สิ้นผล การตีความนี้ตอกย้ำภาระหน้าที่ของผู้จำนำที่ต้องเคารพเงื่อนไขในสัญญา มิอาจอ้างการเข้าถึงทรัพย์เป็นเหตุให้จำนำสิ้นสุดลงได้

บทความน่าสนใจ

ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ได้นำข้าวเปลือกและข้าวสารไปจำนำเป็นหลักประกันหนี้ โดยมีการทำสัญญาจำนำและสัญญาเช่าโกดังของจำเลยที่ 1 ให้เป็นที่เก็บทรัพย์ แม้จำเลยจะสามารถเข้าออกโกดังได้ แต่สัญญาจำนำกำหนดชัดว่า จำเลยไม่มีสิทธิใช้ทรัพย์จำนำหรือเคลื่อนย้าย เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้จำนำมีหน้าที่ต้องรักษาทรัพย์เพื่อประโยชน์ของผู้รับจำนำเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตนเอง แม้ทรัพย์จะอยู่ในสถานที่ของผู้จำนำ แต่หากไม่มีสิทธินำไปใช้หรือโยกย้ายโดยอิสระ ทรัพย์นั้นก็ยังถือว่าอยู่ภายใต้การครอบครองของเจ้าหนี้ และจำนำยังไม่สิ้นสุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 769 (2)

คำวินิจฉัยนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า หน้าที่ของผู้จำนำมิใช่เพียงเก็บรักษาทรัพย์ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา และถูกบังคับคดีในที่สุด